2เศรษฐกิจของเราไม่มีวันแย่เพราะเราเตรียมพร้อม
2เศรษฐกิจปี2568
คนไทยเตรียม“รัดเข็มขัด” 3ใน5 เชื่อเศรษฐกิจไทยปี68 แย่กว่าปีนี้หวั่นค่าครองชีพสูงลูกจ้างผวาสุด
ข้อมูลสำรวจเดือนส.ค. 2567 ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ระบุปัจจุบันครัวเรือนไทยมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเฉลี่ยสูงถึง18,293 บาทโดย23.20% เสียไปกับค่าเดินทางค่าโดยสารสาธารณะค่าซื้อยานพาหนะและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะอีก21.89% ใช้จ่ายไปกับค่าเช่าบ้านค่าวัสดุก่อสร้างค่าไฟฟ้าค่าก๊าซหุงต้มและค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านรวมแค่2 ส่วนข้างต้นเป็นจำนวนเงินมากกว่า8,000 บาท/เดือนสะท้อนภาพคนไทยแบกรับ“ค่าครองชีพ” ในระดับสูงท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปี2567 ฟื้นตัวช้าและไม่เท่าเทียมกันในแต่ละพื้นที่ส่งผลต่อระดับรายได้ครัวเรือนและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันโดยสนค. ยังพบอีกว่าคนไทยระดับฐานราก85.1% มีมุมมองว่ารายได้ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอและต้องการรายได้เพิ่มมากกว่า5,000 บาทต่อเดือนถึงจะเพียงพอในการครองชีพ
แนวโน้มเศรษฐกิจปี2568 โตต่ำการบริโภคลดลง
อย่างไรก็ตามภาวะที่หลายคนมองว่า“หนักหนา” ในปีนี้อาจไม่มากเท่าภาพที่หลายคนประเมินว่าปีหน้าคนไทยจะเหนื่อยกว่านี้ภายใต้คาดการณ์GDP ยังคงเติบโตอยู่ในระดับต่ำโดยSCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวแค่2.6% จาก2.5% ในปีนี้เท่านั้นท่ามกลางการบริโภคและลงทุนเอกชนซบเซาและการเมือง- นโยบายที่ไม่แน่นอน
ขณะรายได้ภาคเกษตรในปี2568 มีแนวโน้มหดตัวจากราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลงเป็นหลักแม้ปริมาณผลผลิตจะมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวเช่นเดียวกับสถานการณ์มูลค่าการส่งออกไทยปีหน้าแม้มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นแต่ยังเติบโตได้ต่ำกว่าในอดีตส่วนหนึ่งจากความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลงนั่นเอง
ทั้งนี้SCB EIC ยังพบว่าจากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง1,869 คนพบว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยในปีหน้าอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดการใช้จ่ายสินค้าและบริการไม่จำเป็นลง
โดยเกือบ3 ใน5 ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า“เศรษฐกิจไทย” ในปี2568 จะแย่กว่าปีนี้โดยกลุ่มลูกจ้างPart-Time, เจ้าของกิจการและผู้ประกอบการอาชีพอิสระมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในเชิงลบมากกว่ากลุ่มลูกจ้างประจำโดยเฉพาะกลุ่มลูกจ้างภาครัฐ
คนไทยหวั่นค่าครองชีพสูงเตรียมรัดเข็มขัดใช้จ่ายเกินตัว
ซึ่งผู้บริโภคคนไทยมีแนวโน้มลดการใช้จ่ายสินค้าและบริการที่ไม่จำเป็นลงในปีหน้าโดยกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มจะลดการใช้จ่ายหมวดเครื่องแต่งกายเครื่องประดับกระเป๋าและรองเท้าขณะหมวดรับประทานอาหารนอกบ้านรวมถึงการพบปะสังสรรค์การท่องเที่ยวต่างประเทศและหมวดความบันเทิงเช่นการดูหนังก็ถูกระบุว่าจะลดลงเช่นกัน
ส่วนหนึ่งเพราะเห็นว่าค่าครองชีพในปีหน้าจะสูงขึ้นสะท้อนจากค่าใช้จ่ายปกติในชีวิตประจำวันเช่นค่าอาหารค่าเดินทางที่ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งมองว่ามีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นจึงพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายรวมไม่ให้เพิ่มขึ้นมาก
ทั้งนี้สำหรับประเด็นการออมสนค. เผยว่าคนไทย59.3% ของครัวเรือนมีการออมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่54.7% ส่วนที่เหลือไม่มีการออมโดยมีสาเหตุจากรายได้ไม่เพียงพอและมีภาระหนี้สินขณะที่พนักงานของรัฐเป็นกลุ่มอาชีพที่มีการออมมากที่สุด
ส่วนแง่หนี้สินพบคนไทย65.3% มีหนี้สินโดยเป็นหนี้ในระบบ69.5% และหนี้นอกระบบ7% ส่วนที่เป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบมีมากถึง23.5% สำหรับเรื่องที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐมากที่สุดคือการเงินที่30.5% รองลงมาคือโอกาสในอาชีพอีก29% เป็นต้น
ที่มา: กระทรวงพาณิชย์, SCB EIC
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาลกับThairathMoney ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น