4 สังคมใหม่ที่มีแต่การช่วยเหลือกัน
4สังคมใหม่ที่มีแต่การแบ่งปัน ช่วยเหลือกัน
เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รับมือได้ค่อนข้างยากต้องใช้เวลาในการปรับตัวแม้ว่าผู้สูงอายุหลายๆคนจะโหยหาชีวิตสบายๆที่ปลดระวางจากการทำงานมาพักผ่อนในช่วงบั้นปลายแต่เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆมันกลับรู้สึกโหวงอย่างบอกไม่ถูกและทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ขึ้นมาได้เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่เคยชินกับการที่ต้องทำงานมาตลอดหลายสิบปีบางคนเคยมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตพอเกษียณมาชีวิตก็เปลี่ยนไปไม่มีคนมาล้อมหน้าล้อมหลังหลายคนทำงานหนักมาทั้งชีวิตก็เปลี่ยนมาเป็นว่างงานจึงไม่ชินที่จะต้องอยู่บ้านเฉยๆและไม่ได้ทำในสิ่งที่เคยทำมาตลอด
ความเหงาที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว
พอเกษียณก็ไม่ได้ออกไปทำงานและต้องมาใช้ชีวิตอยู่บ้านคนเดียวในช่วงกลางวันเพราะลูกหลานก็ออกไปทำงานไปเรียนหนังสือกันหมดนี่เป็นเรื่องที่สะเทือนใจคนแก่พอสมควรสำหรับคนที่ทำงานนอกบ้านมาตลอดหลายสิบปีการอยู่บ้านในช่วงกลางวันในวันธรรมดาเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุไม่คุ้นเคยมันเงียบมันเหงามันโล่งจนดูวังเวงอ้างว้างน่ากลัวปกติหยุดอยู่บ้านวันหยุดก็ยังมีลูกหลานคนอื่นอยู่ด้วยเมื่อต้องมาอยู่คนเดียวมันเลยรู้สึกเปล่าเปลี่ยวขึ้นมาบวกกับเมื่อเห็นลูกหลานออกไปทำงานก็พาลให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไม่มีคุณค่าไม่มีประโยชน์ขึ้นมาได้เช่นกัน
ซึมเศร้าจากความชรามาเยือน
ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายคือความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดแม้ว่าร่างกายจะค่อยๆเสื่อมและถดถอยมาเรื่อยๆไม่ได้พรวดเดียวแก่เลยแต่หลายคนไม่เคยสังเกตตัวเองมาก่อนจนกระทั่งเกษียณและได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นพอได้รับรู้อย่างจริงๆจังๆว่าร่างกายของตนเองไม่เหมือนเดิมอีกแล้วความจำแย่ลงหูตึงมองอะไรก็ไม่ค่อยเห็นมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวร่างกายช่วยเหลือตนเองได้น้อยลงและต้องพึ่งพาคนอื่นมากขึ้นกลายเป็นความรู้สึกที่โทษตัวเองเครียดหงุดหงิดรวมถึงซึมเศร้าจากความเสื่อมของสมองและระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลเหมือนเดิม
บทบาทความสำคัญลดลง
เป็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจสืบเนื่องมาจากการที่เกษียณออกจากงานมานั่งๆนอนๆอยู่บ้านโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรเคยทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นเสาหลักของบ้านจากที่เคยช่วยเหลือตนเองได้ดีกลับต้องมาพึ่งพาคนอื่นมากขึ้นเงินที่เคยหาใช้ได้เองก็ต้องรอจากลูกหลานแทนทำให้รู้สึกว่าบทบาทความสำคัญของตัวเองลดลงทำให้ผู้สูงอายุบางคนรู้สึกเคว้งคว้างสิ้นหวังจนคิดว่าตัวเองไร้ค่าไม่มีประโยชน์แก่แล้วมีแต่เป็นภาระให้คนอื่นบางคนจึงรู้สึกรับตัวเองไม่ได้ยิ่งถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นลบคนในครอบครัวไม่สนใจไม่มีสังคมก็อาจจะยิ่งแล้ว
การพลัดพรากสูญเสีย
ยิ่งตัวเองอายุยืนก็ยิ่งมีโอกาสได้เห็นคนรอบข้างทยอยจากไปทีละคนตั้งแต่พ่อแม่ญาติพี่น้องคู่ชีวิตเพื่อนฝูงนอกจากนี้ผู้สูงอายุหลายคนยังต้องรับมือกับการที่เห็นลูกหลานของตัวเองจากไปก่อนวัยอันควรอีกต่างหากเป็นความรู้สึกที่ว่าจริงๆแล้วต้องเป็นฉันสิที่ควรจะได้ไปก่อนการพลัดพรากสูญเสียนี้แม้หลายคนจะพยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรชินแล้วแต่การที่ต้องรับรู้ว่าบุคคลอันเป็นที่รักจากไปเรื่อยๆแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจได้ง่ายๆเป็นความโดดเดี่ยวและน้อยอกน้อยใจคนที่จากไปที่ทิ้งให้ตนเองต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังทำให้ขาดที่พึ่งทางใจ
โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่มีอารมณ์เศร้าหรือความสุขหายไปเป็นอาการเด่น เกิดจากการที่มีความผิดปกติในการหลั่งสารเคมีของสมองบริเวณส่วนของความคิด อารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรม ส่วนใหญ่จะเริ่มพบได้ในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดและวิตกกังวลสูง พบได้ทั้งในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยโรคที่เกี่ยวกับอารมณ์ซึมเศร้าแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
- โรคซึมเศร้า หรือ MDD (Major Depressive Disorder) เป็นอาการซึมเศร้าที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง เช่น รู้สึกท้อแท้ เศร้า นอนน้อยหรือมากจนเกินไป น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการหลักของคนที่ป่วยด้วยโรคนี้ โดยจะมีอาการติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Persistent Depressive Disorder) จะมีอาการอ่อนแรง สิ้นหวัง ไม่อยากอาหารหรือกินมากเกินไป นอนหลับน้อยหรือมากเกินไป ซึ่งอาการและความรุนแรงน้อยกว่าโรคซึมเศร้าแบบ MDD แต่อาการจะอยู่กับผู้ป่วยยาวนานมากกว่า 2 ปีขึ้นไป
- อาการซึมเศร้าก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Depression) ผู้หญิงบางคนจะมีอาการคล้ายกับโรคซึมเศร้าในช่วงก่อนมีประจำเดือนจากภาวะการเปลี่ยนของร่างกาย เช่น รู้สึกเศร้า อ่อนไหวง่าย เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย พฤติกรรมการนอนผิดแปลกจากเดิม เป็นต้น ส่วนมากอาการจะดีขึ้นหลังมีประจำเดือน 2 – 3 วัน แต่อาจต้องเผชิญกับสภาวะเช่นนี้เป็นประจำทุกเดือน
ทั้งนี้ยังพบอาการซึมเศร้าในภาวะอื่น ๆ ได้อีก เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ภาวะซึมเศร้าจากการใช้สารเสพติด ภาวะซึมเศร้าจากปัญหาโรคทางกายหรือสมองอื่น ๆ เป็นต้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาซึมเศร้าประเภทไหนก็ตาม จำเป็นต้องปรึกษาและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้นและนำไปสู่การสูญเสียได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น